• 063 223 0555 |

Bangkokian Riverside Lifestyle

เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่หน้าประทับใจไปกับฉากรอบๆที่เปรียบเหมือนวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิเช่น

พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

พระปรางค์วัดอรุณได้ชื่อว่าเป็น “พระมหาเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่และสง่างามที่สุดแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” และอยู่คู่กับวัดมาแต่ครั้งกรุงเก่า จนกระทั่งรัชกาลที่ 2 ทรงมีพระราชดำริโปรดฯ ให้สร้างพระปรางค์ขึ้นใหม่เพื่อให้ยิ่งใหญ่สมกับเป็นพระมหาธาตุแห่งพระนคร พระปรางค์วัดอรุณถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความงดงาม ติดอันดับต้นๆของไทย ความวิจิตรพิสดารของพระปรางค์วัดอรุณฯ ไม่ได้อยู่เพียงแค่ขนาดและสัดส่วนเท่านั้น หากแต่หมายรวมถึงงานประดับต่างๆอีกด้วย เสน่ห์ของพระปราค์องค์ใหญ่กลายเป็นความงดงามอีกแบบหนึ่งที่น่าประดับใจ ยิ่งได้มองจากใจกลางแม่น้ำเจ้าพระยาจึงถือว่าเป็นมุมมองที่สวยงามมาก

สะพานพระราม 8

“สะพานพระราม 8” สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่งดงาม เป็นโครงการพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมการเดินทางของฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนคร เป็นอีกหนึ่งสะพานที่มีรูปแบบการก่อสร้างที่โดดเด่นสวยงาม จุดเด่นคือ สายเคเบิลของสะพานพระราม 8 มีสีเหลืองทอง ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อถึงเวลากลางคืนจะสะท้อนกับแสงไฟเปล่งประกายสวยงาม จึงถือว่าสะพานพระราม 8 เป็นไฮท์ไลท์อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ

ชมสีสันยามค่ำคืนของ ICONSIAM

อาคารสามชั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถูกประดับประดาไปด้วยไฟ แสง สีอย่างสาวยงาม

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระอารามประจำพระบรมมหาราชวัง

“วัดพระศรีรัตนศาสดาราม” หรือ “วัดพระแก้ว”วัดคู่บ้านคู่เมืองตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ.2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา เป็นสถานที่เที่ยวในกรุงเทพฯที่สำคัญมาก ยังเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กในประเทศไทยที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก กลางวันว่าสวยแล้ว กลางคืนก็สวยไม่แพ้กัน

การแสดงน่าติดตาม

เพลิดเพลินกับการแสดงพื้นเมืองของแต่ละภูมิภาคซึ่งถือว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค้าที่ได้สืบทอดไว้เป็นอักลักษณ์ประจำชาติ เป็นการแสดงที่เกิดขึ้นตามท้องถิ่นโดยมีการพัฒนาดัดแปลงมาจากการละเล่นพื้นเมืองของถิ่นนั้นๆ อาทิเช่น

ฟ้อนที

ฟ้อนที “ที” หมายถึง “ร่ม” เป็นการแสดงพื้นเมืองทางภาคเหนือมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น ศิลปะการร่ายรำแบบพื้นเมืองที่มีลีลาการร่ายรำค่อนข้างช้า การแต่งกายและเครื่องดนตรีเป็นแบบพื้นเมือง มีจุดประสงค์เพื่อแสดงความงดงามอ่อนช้อย พร้อมเพรียง และแสดงออกถึงวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี มีลีลาการใช้ร่มในลักษณะต่าง ๆ ที่งดงาม เช่น การถือร่ม การกางร่ม การหุบร่ม เป็นต้น ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้ดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ การแต่งกาย มุ่งเน้นความสวยงามของเครื่องแต่งกายตามประเพณีนิยมภาคเหนือ

หนุมานจับนางสุพรรณมัทฉา

หนุมานจับนางสุพรรณมัทฉา การแสดงพื้นเมืองทางภาคกลาง เป็นการแสดงตอนย่อยๆ ตอนหนึ่งที่ตัดตอนมาจากตอนจองถนน จากเรื่องรามเกียรติ์ เป็นการแสดงจำลองโขนที่ดีที่สุดตอนหนึ่งในเรื่องรามเกียรติ์กล่าวถึงการเกี้ยวพาราสีผู้เป็นศัตรูจนได้เป็นภรรยา และหันมาร่วมมือกับภารกิจการสร้างถนนของฝ่ายพระรามในที่สุด ซึ่งในการแสดงจะมีท่าทางที่อ่อนช้อยและรู้สึกถึงการเล่าเรื่องความรักในอีกมุมมองของวรรณคดีไทย

แสดงเซิ้งกะโป๋

การแสดงที่ถูกดัดแปลงมาจากทางภาคอีสานตอนใต้ กะโป๋ หมายถึง กะลามะพร้าว ที่เอาส่วนของเปลือกออกหมดแล้ว นำมาถือคนละ 2 ชิ้น แล้วก็ร่ายรำประกอบการเต้นเข้าจังหวะ ใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสาน เครื่องแต่งกายจะแบ่งผู้แสดงออกเป็น 2 ฝ่าย คือ หญิงและชาย ฝ่ายหญิงนุ่งซิ่นพื้นเมืองอีสาน สวมเสื้อแขนกระบอก ฝ่ายชายนุ่งกางเกงขาก๊วย สวมเสื้อคอกลม มีผ้าขาวม้าผูกเอว เป็นการแสดงที่มีความสนุกสนานรื่นเริงโดยใช้กะลาขัดผิวจนมันใช้เป็นอุปกรณ์หลักในการประกอบจังหวะในการแสดง

logo
logo
logo